เจาะลึก Subaru Forester 2025: รถ SUV อเนกประสงค์ที่ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไปอีกขั้น (ราคา 2,590,000 บาท)
ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์ SUV มามากมาย และต้องบอกว่า All NEW Subaru Forester 2025 คือหนึ่งในรถที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยการปรับปรุงใหม่หมดจดทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ภายใน และที่สำคัญคือเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ทำให้ Forester 2025 กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับรถ SUV ในระดับเดียวกัน
Subaru Forester เจเนอเรชั่นที่ 6 นี้ มาพร้อมกับราคา 2,590,000 บาท สำหรับรุ่น 2.5 i-S EyeSight (SL) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU) ซึ่งอาจจะดูสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางราย แต่เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพ วัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ใส่มาให้ ผมมองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ TC Subaru ประเทศไทย มอบการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นานถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจได้ตลอดการใช้งาน
ดีไซน์ใหม่หมดจด ดุดันและทันสมัย
Subaru Forester 2025 มาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบคมรับกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแกร่ง ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่เช่นกัน ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Kicks Sensor ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
มิติตัวถังของ Forester 2025 มีดังนี้:
ความยาว: 4,655 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,830 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,730 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ: 2,670 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น: 220 มิลลิเมตร (Ground Clearance) ซึ่งถือว่าสูงเพียงพอสำหรับการขับขี่บนถนนในประเทศไทย และการผจญภัยบนเส้นทางที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก
ความจุถังน้ำมัน: 63 ลิตร
ความจุที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: 504 – 1,727 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง) ซึ่งถือว่ากว้างขวางเพียงพอสำหรับการเดินทางของครอบครัว
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ลงตัว
ภายในห้องโดยสารของ Forester 2025 เน้นโทนสีดำ Black ดูเรียบหรู เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำสลับหนังกลับ Ultra-Suede ให้ความรู้สึกพรีเมียมและนั่งสบาย เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังแยกพับอิสระ 60:40 และปรับเอนได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารมีให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 11.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย Wireless / Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger 10W และช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C
ขุมพลัง Boxer และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical AWD

